การพัฒนารูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้

ชื่อผลงาน การพัฒนารูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย นางรัชกร ชีช้าง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สังกัด โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ปีที่วิจัย 2561

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (2) สร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามเกณฑ์ 80/80 (3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ (4) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด ได้แก่ 1) รูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี 2) แผนการจัดการเรียนรู้ ชุด หนูจะเป็นเด็กดี 3) แบบทดสอบวัดทักษะในการแก้ปัญหา และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การคิดแก้ปัญหาต่ำกว่าเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนกำหนด และปัญหาสำคัญที่สุดในการเรียนการสอนสังคมศึกษาคือปัญหาด้านทักษะในการแก้ปัญหาต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดคือ ร้อยละ 75 สาเหตุหนึ่งคือวิธีการสอนของครูสอนแบบบรรยายเคร่งเครียดถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช้สื่อการสอนทำให้นักเรียนไม่สนใจเรียนและมีเจตคติที่ไม่ดีจึงไม่ชอบเรียนวิชาสังคมศึกษา วัดผลไม่ตรงตามสภาพจริงใช้เพียงข้อสอบ และผลจากการสำรวจพบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความต้องการสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบที่มีกิจกรรมอย่างหลากหลายน่าสนใจ เช่น เอกสารประกอบการเรียน ซึ่งสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความสนุกเพลิดเพลิน กระตุ้นการเรียนรู้ ทั้งประเภทบทเพลง เกม นิทาน รูปภาพ ใบความรู้ โครงงาน หรือการแสดงบทบาทสมมติ สรุปได้ว่าสภาพปัญหาที่เกิดจากการเรียนการสอนสังคมศึกษา ประกอบด้วย 1) ด้านผลสัมฤทธิ์ 2) ด้านครูผู้สอน 3) ด้านสื่อการสอน 4) ด้านการจัดการเรียนรู้ และ5) ด้านการวัดและประเมินผล
2. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80 ประกอบด้วยรูปแบบการสอน 5 ขั้นตอน เรียกว่า “PGAPE Model” ได้แก่ 1) ขั้นสร้างแรงจูงใจ/ความตระหนัก (Persuade) 2) ขั้นกิจกรรมกลุ่ม (Group Activity) 3) ขั้นวิเคราะห์ผลงานร่วมกัน (Analyzing Together ) 4) ขั้นนำเสนอผลงาน (Presentation) และ 5) ขั้นสรุปและประเมินผล (Evaluation) โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 4 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 เรื่องครอบครัวสุขสันต์ เล่มที่ 2 เรื่องอันดาพอเพียง เล่มที่ 3 เรื่องเวียงฟ้าพาขวัญ และเล่มที่ 4 เรื่องแบ่งปันตามบทบาท และมีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 84.25/83.56 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80
3. ผลการใช้รูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.48 , S.D.= 0.50) และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อรูปแบบการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด หนูจะเป็นเด็กดี เพื่อส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พบว่า มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.51 , S.D.= 0.67)
25 ส.ค. 2562 0 59
No comments yet
ความคิดเห็น
ไฟล์อัปโหลด ชนิด jpg, jpeg ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1024
^